วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Why has the Kamnun and Phu Yai Ban Institution in Thailand Remained active?

 
On the 30th of August, I listened to an interesting talk by the Director-General (DG) of the Department of Provincial Administration (DOPA) at Rajamangala University of Technology Isan's Kalasin campus.The DG talked about the role and responsibility of a group of personnel at the periphery, the Tambon Chiefs, and the Village Chiefs.
He said most of the department spent the budget on the monthly allowance of the Kamnan and Phu Yai Ban. This enormous amount of money results in arguments against the existence of this group of personnel at a village level. However, there has been supporting from other sectors arguing that the manpower has rendered many advantages to the national peace and order both in the southern region and in other parts of the country. 
He, therefore, encouraged his men to put more emphasis on enhancing their performances. He advised them to take actions wisely with proactive strategies. He insisted that they take actions no matter how little the amount of the problem they can overcome. 
Just take an action. Just get a thing done. Just take an action to solve any problem in a locality. 
If you can clean a road once a week or if you can caring for the environment of your community, that is OK. If every one of us just take one action daily, your results will combine to make a total of 70,000 deeds in a day because there are more than 70,000 villages in Thailand. 
If each Phu Yai Ban can seize just a pill of Methamphetamine, 70,000 tablets of this evil drug would be destroyed daily.
Think hard about it.  And go to take action wisely. Working your networks to enhance your performance. 
And do not forget to make a report of your daily activities. It proves that we work in a smarter way.


คิดถึงผลที่ดี มากกว่าเรื่องที่ดี จาก Never too late to start something

เมื่อท่านได้ฟังข้อความนี้ ท่านจะนึกถึงคำฝรั่ง หรือคำบาลี
หรือว่าคำในภาษาอะไรบ้างนะ?

สำหรับผมนึกถึงคำไทยที่ว่า
การมุ่งเน้นผลงานเป็นหลักและคำฝรั่งว่า Results Oriented

วันนี้ผมพบคำอธิบายที่ละเอียดมากขึ้น

" เราไม่จำเป็นต้องมาพูดถึงเรื่องดีๆอะไรกันให้มากหรอก สู้เรามาทำให้เกิดผลงานกันดีกว่า"

เรื่องที่ดีก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าไม่เกิดผลที่ดีย่อมไม่ดีแน่นอนครับ
และก็เป็นเรื่องปกติว่า ผลที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่ผลที่ดีเสมอไป

ผลก็คือผล
แต่ว่า ถ้าผลออกมาไม่ดีในระดับหนึ่ง แม้ว่าเราพยายามจะบอกว่านั่นมันเป็นเรื่องที่ดี
แต่สุดท้ายมันก็คงจะฟังไม่ขึ้น

ดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องที่เข้มงวด
แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของบริษัทที่จะต้องรักษาเรื่องของผลประโยชน์นี้เอาไว้

เพราะฉะนั้นอย่าดีแต่บ่นว่าทำไมเราถึงทำไม่ได้
แต่เราควรพยายามทุกวิถีทาง
ที่จะสร้างผลงานที่ดีออกมามากกว่า

ผมมาถึงบางอ้อก็ตรงคำ ผลงาน นี่เอง
เรามัวไปติดยึดแต่คำว่าผลลัพธ์
เอาผลงานจะดีกว่าครับ
เข้าใจง่ายกว่ากันเยอะเลย

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

London Native English Speaker Interviews Part 2

ฟังสำเนียงลอนดอนเพื่อสร้างความคุ้นเคย

Hoi An ฉันรัก



บ้านโบราณ

บ้านศิลปะ

สะพานญี่ปุ่น


สะพานโบราณ


หนุ่มสาวชมสินค้าสวย


อาหารพื้นเมือง



วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

I am the river; the river is me

Pao River begins here at a great swamp of Nong Han in Kumphawapi district in Udonthani province. It flows to the south throughTha Hai village, Tambon Champi in Si That district of Udon and enter Kalasin at Tha Khantho district.


 Bridge over Pao River at Kumphawapi district of Udon Thani province



 Entering Tha Khantho district where the river enters Kalasin province. Khantho means a jug.Tha is a port.  This port is the place that produced jugs.


                         This bridge is not the bridge over the moon river in Southern Isan. The river is an attribute of  Pao River.


     Another bridge over Pao River. This bridge is the borderline of Udon and Kalasin.
The Thai letters read " Mae Nam Pao."

You can take a look at the water volume at this moment at this very point of the river


At Kumphawapi


                              On the west bank of the red lotus lake


View from a shrine where the municipality personnel is preparing  to commemorate the end of this year rains retreat


At Kumphawapi, on the bridge  over  Pao River, the source of the water of Lam Pao Dam in Kalasin

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

At the end of rains retreat in Kalasin



On the 6th of October, all of the Kalasin 55 secondary schools, which form eight academic clusters, took an active part in the annual sport and cultural event in Kalasin. The event is presided over by the provincial governor, Puchong Potikhutsai. 





Governor of Kalasin





Before the end of the event, some participants gradually leave the venue with a memory of enjoyment


วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Short Term Policy on Education Under The New Government นโยบายเร่งด่วนกระทรวงศึกษาธิการ

๑๐ นโยบายเร่งด่วน     (ดำเนินการให้เห็นผลใน ๓ เดือน)

          ๑. เร่งสำรวจและให้ความช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งฟื้นฟูโรงเรียน สถานศึกษา นักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย โดยเร็ว
          
          ๒. เร่งแก้ไขปัญหาความรุนแรงและเหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษาอาชีวะศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
          
          ๓. เร่งสร้างค่านิยมอาชีวศึกษา ปรับภาพลักษณ์ และกำหนดมาตรการเพื่อจูงใจให้นักเรียนนักศึกษา พ่อแม่และผู้ปกครอง มีความยินดีและส่งเสริมให้บุตรหลานเข้ารับการศึกษาในสายอาชีพอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะวิชาชีพที่ขาดแคลนและเป็นความต้องการของตลาดแรงงาน
          
          ๔. ทบทวนหลักสูตร การเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนากระบวนการคิด วิเคราะห์ มีเวลาทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ รวมทั้งปลูกฝังในเรื่องค่านิยมหลัก มีคุณธรรม จริยธรรม สร้างวินัย จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม การยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความภาคภูมิใจในการเป็นคนไทย  
          

          ๕. เร่งพิจารณาทบทวนการอุดหนุนรายหัวแก่นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งของภาครัฐและเอกชน การช่วยเหลือค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษา และการช่วยเหลือเด็กยากจน พิการ และด้อยโอกาส
                      
          ๖. เร่งขยายบทบาทของภาคเอกชนในการมีส่วนร่วมในระบบการศึกษา โดยเฉพาะการจัดทำข้อตกลงระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจเอกชนในการให้การสนับสนุนและการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าทำงานหลังสำเร็จการศึกษา และการสนับสนุนอื่น ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น
          
          ๗. เร่งปรับระบบการบรรจุครูและการรับรองมาตรฐานวิชาชีพครูให้เอื้อต่อการเพิ่มโอกาสให้มีบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ที่เหมาะสมเข้ามาในระบบการศึกษาเพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูและบุคลากรอาชีวศึกษา และครูสาขาขาดแคลนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
          
          ๘. เร่งทบทวนมาตรการการจัดกิจกรรมรับน้องของนักเรียนนักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และมาตรการติดตาม ควบคุม การลักลอบการจัดกิจกรรมรับน้องทั้งภายในและภายนอกสถาบันการศึกษา ให้เป็นไปในแนวทางที่สร้างสรรค์ ปลอดภัย ปราศจากการใช้ความรุนแรง การละเมิดและคุกคามทางเพศ รวมทั้งไม่ขัดต่อหลักศีลธรรมขนบประเพณีอันดีงาม และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยให้มีผลบังคับใช้ให้ทุกสถาบัน การศึกษายึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
          
          ๙. เร่งทบทวนมาตรการความปลอดภัยสำหรับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานศึกษา และมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางและการขนส่งเป็นหมู่คณะของนักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยให้มีผลบังคับใช้ให้ทุกสถาบันการศึกษายึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
          
          ๑๐. เร่งดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับด้านการศึกษาทั้งที่เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักและหน่วยสนับสนุน ให้เห็นผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่กำหนด

          
          การขับเคลื่อนและกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบาย

          ๑. นโยบายทั่วไปเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานทั้งปวงของทุกหน่วยงานและบุคลากรในสังกัดของ ศธ.

          ๒. สป. ดำเนินการทบทวนตัวชี้วัด กลยุทธ์ และแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ในแผนปฏิบัติราชการประจำปี ๒๕๕๘ รองรับการดำเนินงานและการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัตินโยบายของคณะรัฐมนตรีและนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประจำปี (นโยบายเฉพาะและนโยบายเร่งด่วน) ออกแบบกระบวนการ กลไก และแนวทางการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล รวมทั้งสื่อสารถ่ายทอดให้หน่วยปฏิบัติได้รับทราบทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้การนำสู่การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๘

          ๓. หน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด

          ๔. สป. ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และรายงานสรุปนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกรุณาทราบผลการปฏิบัติตามนโยบาย รวมทั้งปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะ ดังนี้

            ๔.๑ จัดทำรายงานและสรุปผลการปฏิบัติตามนโยบายเฉพาะ ในเดือนสุดท้ายทุกไตรมาสของปีงบประมาณ ๒๕๕๘ (ก่อนวันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ธ.ค.๕๗ และ มี.ค. มิ.ย. ก.ย.๕๘)
            ๔.๒ จัดทำรายงานและสรุปผลการปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วน ทุกเดือนตลอด ๓ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๘ (ก่อนวันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ต.ค. พ.ย. และ ธ.ค.๕๗)
            ๔.๓ การจัดทำรายงานและสรุปผลการปฏิบัติ ตามข้อ ๔.๑ และ ๔.๒ อาจมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะมีการสั่งการให้ทราบเพื่อให้การดำเนินการเกิดความเหมาะสมต่อไป


ในโพสต์นี้  เราแถมเรื่อง การขับเคลื่อนและกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายให้ท่านด้วยนะครับ

สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ : ว่าด้วยนโยบายเฉพาะ 7 ประการ

 ๗ นโยบายเฉพาะ    (ดำเนินการให้เห็นผลใน ๑ ปี)


           
           ๑. การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
           
           ๒. การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.๒๕๕๘ และการดำรงความต่อเนื่องภายหลังการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
          
           ๓. การพัฒนาศักยภาพการแข่งขันและสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
           
           ๔. การมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ
           
           ๕. การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้ทันสมัย
           
           ๖. การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ของกระทรวงศึกษาธิการ
          
           ๗. การดำเนินการตามแผนการศึกษาแห่งชาติและการปฏิรูปการศึกษา


           นโยบายเฉพาะแต่ละด้านทั้ง 7 ด้านนี้  ต่างก็มีเป้าหมายที่จะต้องดำเนินการให้สำเร็จภายใน 1 ปี หลายเป้าหมายนะครับ ดังนั้น  เราจะตามไปดูรายละเอียดเรื่องเป้าหมายเหล่านี้ในโอกาสต่อๆไป  นะครับ


แต่ในคราวหน้า เราจะดูนโยบายเร่งด่วน 10  ประการ ครับ

สำหรับวันนี้  สวัสดีครับ

5 Policies on Education in Thailand นโยบายใหม่กระทรวงศึกษาธิการ

ยุค พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายทั่วไป 5 ข้อ ดังนี้ นะครับ

๕ นโยบายทั่วไป
          
         


                ๑. การพัฒนาและปฏิรูปการศึกษา จะต้องยึดหลัก การมีส่วนร่วม


(ผมขอนำภาพพระราชทานนี้มาอธิบายการมีส่วนร่วมเพิ่มเติมนะครับ โดยผมเป็นผู้เพิ่มในนามส่วนตัว ไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการครับ)

 การกระจายอำนาจ และความต้องการของทุกภาคส่วนในสังคม มีความสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งเป็นไปตามกระบวนการของสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และแนวนโยบายของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินงานเป็นที่ยอมรับและเกิดความมั่นคงยั่งยืนในระบบการศึกษาของไทย

          ๒. การสร้างโอกาสทางการศึกษาในสังคมไทย จะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยการน้อมนำแนวทางการพัฒนาระบบการจัดการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ได้โดยสะดวก และสามารถพัฒนาและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเท่าเทียม

          ๓. การพัฒนาระบบการจัดการศึกษาและการพัฒนาหลักสูตรทางการศึกษา จะต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับความรู้ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และปลูกฝังคุณธรรม การสร้างวินัย ปลูกฝังอุดมการณ์ความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การมีจิตสาธารณะ ความตระหนักถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในหลักการประชาธิปไตย เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด อุดมการณ์ และความเชื่อ รวมทั้งรู้คุณค่าและสืบสานวัฒนธรรมและขนบประเพณีอันดีงามของไทย

          ๔. การส่งเสริมและยกสถานะของครูซึ่งเป็นบุคลากรหลักในระบบการศึกษา จะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงในสังคม เป็นบุคลากรที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม มีภูมิความรู้และทักษะในการสื่อสารถ่ายทอดความรู้ที่เหมาะสม มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพครู ตลอดจนมีฐานะและคุณภาพชีวิตที่ดีสอดคล้องกับสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมไทยในปัจจุบัน

          ๕. การบริหารและการปฏิบัติราชการกระทรวงในทุกระดับ จะต้องให้ความสำคัญกับการบูรณาการการปฏิบัติของทุกหน่วยงานในสังกัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและประสานสอดคล้องกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ปราศจากการทุจริตคอรัปชั่น ตลอดจนให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับงานด้านการศึกษาที่ถูกต้อง รวดเร็ว และตรงกับความต้องการของสังคม

คราวหน้าเราจะนำเสนอนโยบายเฉพาะ 7 ข้อ นะครับ
สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

The reform of English higher education: universities in global, national and regional contexts




        The academic circle has paid MUCH attention to educational reform in our country.Today I have come across a report in the same manner by Plowden Report.
I would like Thai Educators to take a look at this related article.
The name was The Browne Report in 2010.
http://cjres.oxfordjournals.org/content/7/2/217.full