วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โรคร้ายของประเทศไทย

เวลาเช้าเมื่อวานนี้ มีเพื่อนที่เป็นผู้ใหญ่ในราชการส่งข้อความในไลน์โดยเริ่มต้นว่า

สรุปประเทศเราเป็นโรคอ้วน! 
จาก ดร.วิรไท สันติประภพ ว่าที่ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่

ความจริงบทความนี้ผมเคยได้อ่านแล้ว ในไลน์ของอีกกลุ่มหนึ่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
และผมยังคอมเม้นท์ลงไปด้วยว่า

ข้อเสนอแนวทางรักษาโรคร้ายที่ท่านว่าที่ผู้ว่าฯเสนอนั้น
ล้วนเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของภาครัฐแทบทั้งสิ้น จึงเป็นภาระหน้าที่ของรัฐที่จะต้องรีบลงมือทำ

คอมเม้นท์ของผมทำเอาให้มีเพื่อนสมาชิกกลุ่มไลน์ ติงและแซวผมด้วยท่วงทำนองว่า รู้ไหมว่านั่นเป็นข้อเสนอของผู้ว่า ธปท.ที่เป็น ดร.จากเมืองนอกเชียวนะ!

เมื่อได้รับบทความนี้อีกครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ ผมจึงต้องกลับมาตั้งใจอ่านบทความนี้เป็นรอบที่สองครับ

เพื่อจะได้รู้ว่าโรคอ้วนของประเทศไทยมีอาการอย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไร และจะต้องรักษาอย่างไร จะใช้วิธีรักษาล่วงหน้า หรือรักษาตามอาการ หรือเข้าขั้นฉุกเฉินแล้วจนต้องนำเข้าห้อง ICU




อันที่จริง บทความของท่านกระจ่างอยู่แล้ว

คือท่านบอกว่าสาเหตุที่เป็นโรคร้ายก็เพราะประเทศประพฤติตนไม่เหมาะสม 3  ประการ ซึ่งผมขอเอามารวมกันไว้ในข้อ 1 คือ

1. มีการสร้างรายได้เทียม ส่งเสริมการนำเงินออมในอนาคตมาใช้ และสร้างวัฒนธรรมรัฐอุปถัมภ์ ตัวอย่างเช่น

1.1 นโยบายรถคันแรก เป็นการกู้เงินไปซื้อรถเพื่อเอาภาษีคืน 
1.2 การรับจำนำข้าวในราคาที่เกินจริง สร้างผลขาดทุนกว่าครึ่งล้านล้าน สร้างหนี้สาธาณะ ทำให้เกษตรกรถูกหลอกว่าจะมีรายได้ดีต่อเนื่องจนใช้จ่ายเกินตัว
1.3 การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 300 บาท ทำให้เชื่อว่ามีรายได้สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดเล็กไปไม่รอด และราคาสินค้ากระโดดขึ้นเร็ว
1.4 การขึ้นเงินเดือนข้าราชการแบบก้าวกระโดดโดยไม่เพิ่มประสิทธิภาพ ได้สร้างข้อจำกัดทางงบประมาณโดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญๆ
1.5 โครงการขยายสินเชื่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจและโครงการเร่งลงทุนผ่านรัฐวิสาหกิิจที่ไม่คุ้มค่าอีกหลายสิบโครงการ

ตัวอย่างเหล่านี้ท่านผู้ว่า ธปท.คนใหม่บอกว่าเป็นการสร้างรายได้เทียม ส่งเสริมการนำเงินออมในอนาคตมาใช้ และสร้างวัฒนธรรมรัฐอุปถัมภ์

2. The Backlash หรือผลกระทบย้อนกลับ จากพฤติกรรมแบบในข้อ 1.
เมื่อนโยบายตามข้อ 1.เริ่มอ่อนฤทธิ์ลงและเริ่มแสดงอาการที่แท้จริง (ดังที่เป็นข่าวเรื่องรถคันแรก)จึงพบสัญญาณหลายอย่างว่าทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยอ่อนแอลงมาก ตัวบ่งชี้หลายตัวกระโดดขึ้นเกินมาตรฐาน เช่น

- สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ปประชาชาติ
- สัดส่วนรายจ่ายประจำของรัฐบาล
- อัตราหนี้เสียของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
- ผลขาดทุนของรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง
- หนี้สาธารณะของรัฐบาล
- การคอร์รัปชั่นหลายรูปแบบที่เป็นพยาธิคอยสูบเลือดจากทุกอวัยวะของระบบเศรษฐกิจไทย

ปัญหามากมืยิ่งกว่านั้นคือปัญหาทางโครงสร้างที่หนักๆคือ

1.การอ่อนประสิทธิภาพของระบบราชการ
2.การด้อยคุณภาพของระบบการศึกษาไทย



3.ความสามารถในการแข่งขันของระบบธุรกิจไทยที่ถดถอยลงโดยเฉพาะระบบการส่งออก
4.การขาดแคลนแรงงานอาชีวะและแรงงานฝีมือ
5.ความแตกแยกในสังคมที่ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบเศรษฐกิจที่มีความเหลื่อมล้ำสูง คนมือยาวสาวได้สาวเอา

จากปัญหาเชิงโครงสร้าง 5 ข้อนี้
ท่านผู้ว่า ธปท.มีข้อเสนอแนะ 7 ประการ ดังต่อไปนี้

1.ปรับโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการลงทุนในกิจการใหม่ๆของภาคเอกชน
2.ภาครัฐต้องทำงานเชิงรุกเพื่อเพิ่มการลงทุนโดยเฉพาะในกิจกรรมที่จะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
3.รัฐต้องเริ่มทำให้นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษตรงกับความต้องการของธุรกิจในอนาคต และเกิดผลจริงในทางปฏิบัติ
4.รัฐต้องยอมตัดใจเลิกอุดหนุนกิจกรรมที่ล้าสมัย หรือไม่สอดคล้องกับการแข่งขันในอนาคต
5.ภาครัฐต้องเร่งเปิดประมูลโครงการลงทุนขนาดใหญ่หลายเรื่องที่ภาคเอกชนเฝ้ารอมานาน



6.ภาครัฐต้องสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับจุดยืนของประเทศไทย ในข้อตกลงระหว่างประเทศที่สำคัญ โดยเฉพาะ Trans Pacific Partnership-TPP และ EU-Thailand
7.ภาครัฐควรเปิดเสรีเพิ่มเติมโดยเฉพาะในภาคเศรษฐกิจที่ธุรกิจขนาดใหญ่ได้รับการคุ้มครองมากเกินควรเพื่อลดต้นทุนการทำธุรกิจในปประเทศไทย  และส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆโดยผู้ประกอบการที่มีความสามารถสูงกว่า

3.ปัญหาเชิงโครงสร้าง และข้อเสนอแนะที่กล่าวมานี้ ยังไม่จบนะครับ
ท่านผู้ว่าฯคนใหม่ยังเสนอแนะอีก 2 ข้อใหญ่ๆ คือ
3.1. การปฏิรูประบบราชการ รัฐวิสาหกิจ และการศึกษา
3.2. การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นทุกระดับ

เมื่อผมอ่านบทความของท่านผู้ว่า ธปท. จบลง
ผมมีความรู้สึกว่า โรคอ้วนของประเทศไทย
เป็นโรคที่ราชการไทยมีส่วนทำให้เกิดขึ้นแทบทั้งหมดทั้งสิ้นเลย




ดังนั้น ข้อเสนอมันจึงเป็นอื่นไปไม่ได้
มันจะต้องมีการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินไทย ซึ่งใครๆก็รู้ว่า
ราชการบริหารแผ่นดินของประเทศไทยนั้น แบ่งออกเป็นสามส่วน คือ

ราชการบริหารส่วนกลาง 
ราชการบริหารส่วนภูมิภาค และ
ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

ท่านผู้นำอย่าลังเลใจเลยนะครับที่จะปฏิรูประบบราชการไทย
จงมีความมั่นใจเกินร้อยครับ!!!
สวัสดีครับ.






บท