วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

โครงการรถไฟ ไทย - จีน จะเป็นไปตามกรอบเวลาเดิมหรือไม่?

ในการประชุม ความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ครั้งล่าสุดทีประเทศจีนเมื่อเร็วๆนี้กระทรวงคมนาคมมีประเด็นสำคัญที่จะต้องเจรจากับทางจีนคือ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนต้องทำให้เกิดความชัดเจนว่า แต่ละฝ่ายมีสัดส่วนการลงทุนเท่าไร และในอนาคตสัดส่วนการลงทุนจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด


ทางจีนระบุว่า เนื่องจากพื้นที่ดำเนินโครงการอยู่ในประเทศไทยหากจะให้จีนลงทุนมากขึ้นต้องมีเงื่อนไขเพิ่ม เช่น การขอสิทธิประโยชน์สองข้างทางที่จีนจะดำเนินการในแต่ละสถานี รวมทั้งทำโครงการที่จะเป็นประโยชน์ตามแนวเส้นทาง แต่ทางไทยยืนยันแล้วว่าสิทธิประโยชน์สองข้างทางจะไม่อยู่ในเงื่อนไขการเจรจากับจีน ดังนั้น ต้องเจรจาเงื่อนไขอื่นต่อไป

สำหรับการศึกษามูลค่าโครงการยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอความเห็นจากบริษัทที่ปรึกษาก่อน แต่ยืนยันว่าการศึกษาวงเงินลงทุนจะไม่ล่าช้าและทำให้โครงการชะงักโดยการพัฒนารถไฟไทย-จีนจะเป็นไปตามกรอบเวลาเดิมที่จะต้องมีการสรุปรายละเอียดการลงทุน และเริ่มก่อสร้างภายในปี 2559 

เมื่อพิจารณา ประโยชน์ทีจะได้รับจากโครงการนี้ กระแสข่าวบอกว่า เราสามารถมองเห็นอย่างเด่นชัดจริงๆ 5 ข้อ ดังนี้

1. จะช่วยทำให้ไทยสามารถเชื่อมโยงระบบรางไปถึงประเทศจีนได้โดยผ่านลาว

2.จะช่วยสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ

3.จะช่วยกระจายความเจริญและรายได้สู่ภูมิภาค ทั้งในด้านการท่องเที่ยวตลอดแนวเส้นทางที่รถไฟวิ่งผ่าน

4.จะช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็วในการขนส่งสินค้าต่างๆให้มากขึ้น เพราะรถไฟรางมาตรฐานขนาด 1.435 เมตร จะบรรทุกสินค้าได้มากกว่าและทำความเร็วได้สสูงกว่าระบบรางเดิมที่มีขนาด 1 เมตร

5. สำหรับผมเองมีความเห็นว่า การดำเนินการครั้งนี้จะได้รับประโยชน์จากการประหยัดและอื่นๆอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นเนื่องจากขนาดของกิจการ (economy of scales) ด้วย เพราะโครงการนี้จะดำเนินการคู่ขนานกับการพัฒนาระบรางขนาดหนึ่งเมตรภายใต้โครงการรถไฟทางคู่ในเส้นทางต่างๆทั่วประเทศด้วย  เพราะเป็นระบบรางพื้นฐานของไทยที่จะสามารถพัฒนาให้ระบบรางเป็นการขนส่งหลักได้ ซึ่งระยะเร่งด่วนกระทรวงคมนาคมจะก่อสร้างรถไฟทางคู่ 7 เส้นทางรวม 993 กิโลเมตร

"อาคม" สะกัดจีนใช้ที่ข้างทางรถไฟ
ไทยรัฐรายวัน 26 กุมภาพันธ์ 2559 หน้า 8