วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Gap between rich and poor 'keeps growing'


สถานการณ์ความแตกต่างระหว่างทรัพย์สินของคนรวยกับคนจนถ่างกว้างยิ่งขึ้นมหาศาล!!!
นายกรัฐมนตรีไทย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า

"ความแตกต่างทางทรัพย์สินระหว่างคนรวยกับคนจน เวลานี้ประเทศไทย เราติดอันดับที่ 3 ของโลก"

คุณศุภชัย แสงโสภณ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือท่านหนึ่ง วิเคราะห์สถานการณ์ไว้ว่า
... ปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่ถ่างมากขึ้นนี้เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก มันมีขนาดใหญ่โตมาก ขนาดใหญ่จนประเทศไทยเราคงไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ในช่วงเวลาอันสั้น ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่เอื้อ คือยังมีคนบางคนคอยสร้างความขัดแย้งถ่วงรั้งความก้าวหน้าอยู่อย่างต่อเนื่อง 



การลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่มีปัญหาสะสมมานานนี้จึงเป็นเรื่องที่ยากที่จะทำได้สำเร็จ

ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด "Toon Supachai" กล่าวต่อว่า
...สาหตุที่ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนถ่างกว้างมากขึ้น คือ
2) การค้าเสรีแบบเอาเปรียบผู้อื่นที่มีอยู่เสมอและเหนียวแน่นมาก 



เขาบอกอีกว่าถ้าจะลดช่องว่างนี้ให้เห็นผลเร็วและจริงจังต้องถึงกับยกเลิกระบบทุนนิยม หันมาใช้ระบบสมดุลนิยมแทนเลยทีเดียว
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า
              1.ระบบทุนนิยมถูกพ่วงมากับระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีเสรีภาพทางการเมืองก็ต้องให้เสรีภาพในการประกอบธุรกิจพร้อมกันไปด้วย ทำให้ทั้งสองอย่างนี้ควบคู่กันอย่างแยกไม่ออก และเมื่อนายทุนสามานย์เกิดขึ้น ก็นำไปสู่การเมืองสามานย์ตามกันไป
                2.ระบบการเมืองประชาธิปไตยนายทุนเสรี ต่างพยายามแสวงหาอำนาจทางการเมือง แม้จะลงทุนมากแค่ไหนก็ยอมเพราะคุ้มทุนที่ได้ลงไป ด้วยอาศัยอำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้องได้อย่างเป็นกอบเป็นกำได้มาก จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะให้ได้อำนาจรัฐด้วยอ้างสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
               3.ท่ามกลางการเบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบทางเศรษฐกิจและการเมืองที่สลับซับซ้อน ก็มีแสงสว่างที่กลางใจคนไทยที่ยากจนให้พอมีที่ยืนและพอมีชีวิตที่ดีขึ้นบ้าง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงเห็นความทุกข์ยากของคนยากจนที่กำลังจะตายด้วยทุนสามานย์และการเมืองสามานย์พระองค์ท่านได้พระราชทานทฤษฎีใหม่กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชนยากจนเป็นพิเศษ ทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นมาก 
แต่นายทุนสามานย์กับนักการเมืองสามานย์ก็ยังคงพยายามกลืนกินประเทศอยูตลอดเวลา หากประชาชนส่วนใหญ่รู้ไม่เท่าทันความสามานย์เหล่านี้ก็ยากที่จะปลดแอกความเป็นทาสในเรือนเบี้ยเหล่านี้ได้ ช่องว่างทางชนชั้นก็จะกว้างมากขึ้นไปอีก 
การเมืองต้องกลับมาสนองประชาชนส่วนใหญ่โดยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

3.1 มีการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมให้หมดตามกลุ่มอาชีพ เพื่อชาวนาชาวไร่คนยากจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศได้เข้าไปมีอำนาจรัฐอย่างแท้จริงให้ได้กันก่อน 
3.2 ผลักดันระบบเศรษฐกิจแบบสมดุล ให้ประชาชนคนยากจนได้เข้าครอบครองทรัพยากรของประเทศมากขึ้น 


เรื่องช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่ถ่างกว้างมากขึ้นนี้ ท่านทีสนใจสามารถติดตามรายละเอียดจากข่าวของ BBC เพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ต่อไปนี้ครับ

http://www.bbc.com/news/business-32824770

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น